ความหมายคำศัพท์และค่าต่างๆในสเปคหรือคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่น

ความหมายคำศัพท์และค่าต่างๆในสเปคหรือคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่น

23 สิงหาคม 2568
แชร์:

ขณะอ่านสเปคหรือคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่น อาจจะเจอคำศัพท์หรือค่าต่าง ๆ ที่อ่านแล้วไม่ค่อยแน่ใจว่าหมายความว่าอะไร ดังนั้นลองมาทำความเข้าใจกับคำศัพท์เหล่านี้กันก่อนดีกว่า เพื่อที่จะได้เข้าใจมากขึ้นเวลาอ่านสเปคน้ำมันหล่อลื่น

ความหนืด (Viscosity)

คือ ความข้น ใส หรือความต้านทานการไหลของน้ำมัน การวัดความหนืดในระบบมาตรฐานสากล ใช้หน่วยเป็น เซนติสโตก (cSt) วัดที่ 40°C หรือ 100°C

น้ำมันใส ความหนืดต่ำ ไหลง่าย เยื่อหรือฟิล์มน้ำมันหล่อลื่นบาง มักใช้กับงานที่มีรอบสูง อุณหภูมิต่ำและแรงกดต่ำ

น้ำมันข้น ความหนืดสูง ไหลยาก เยื่อฟิล์มน้ำมันหล่อลื่นหนา มักใช้กับงานที่มีรอบต่ำ อุณหภูมิสูงและแรงกดสูง

น้ำมันเมื่อร้อนจะใสลง (ความหนืดลดลง) เมื่อเย็นจะข้นขึ้น (ความหนืดเพิ่มขึ้น)

ดัชนีความหนืด (Viscosity Index หรือ VI)

คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงของความหนืดน้ำมันเมื่อต้องเผชิญกับอุณหภูมิเปลี่ยนไป เป็นคุณสมบัติสำคัญของน้ำมัน โดยเฉพาะในงานที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมาก เช่น น้ำมันหล่อลื่นสำหรับยานยนต์

น้ำมันที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงความหนืดน้อย เรียกว่า มีดัชนีความหนืดหรือ VI สูง

น้ำมันที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงความหนืดมาก เรียกว่า มีดัชนีความหนืดหรือ VI ต่ำ

น้ำมันพื้นฐานชนิดพาราฟินิคจะมีค่า VI สูงประมาณ 95–115 จึงเหมาะสำหรับใช้ทำน้ำมันหล่อลื่นสำหรับยานยนต์ น้ำมันเกียร์ และน้ำมันไฮดรอลิค

น้ำมันพื้นฐานชนิดนาฟธีนิกมีค่าดัชนี VI ต่ำ ประมาณ 60–75 แต่มีค่าจุดหยุดไหล (Pour Point) ต่ำด้วย จึงเหมาะใช้ทำน้ำมันหล่อลื่นของระบบทำความเย็นเป็นต้น

ความต้านทานการรวมตัวกับออกซิเจน (Oxidative Resistance)

น้ำมันเป็นส่วนผสมของไฮโดรคาร์บอนจึงสามารถทำปฏิกิริยารวมตัวกับออกซิเจนได้ โดยปฏิกิริยาการรวมตัวจะเกิดเร็วขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 120°C จะช่วยเร่งให้เกิดการรวมตัวทางเคมีอย่างรวดเร็ว ผลคือเกิดตะกอนโคลน (Sludge) และยางเหนียว (Varnish) ทำให้น้ำมันข้นขุ่น เกิดกรดซึ่งจะกัดกร่อนผิวโลหะเร่งการเสื่อมสภาพลง ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

น้ำมันพื้นฐานชนิดพาราฟินิค แม้จะมีคุณสมบัติดีกว่าอยู่แล้ว แต่ต้องเติมสารเคมีเพิ่มคุณภาพด้านทนทานการรวมตัวกับออกซิเจน (Oxidation Inhibitor) เพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น

จุดวาบไฟ (Flash Point)

คือ อุณหภูมิที่น้ำมันเริ่มระเหยกลายเป็นไอในปริมาณที่มากพอจะจุดติดไฟได้ น้ำมันเครื่องยนต์จะมีจุดไฟวาบประมาณ 220–250°C ตัวชี้วัดคุณภาพนี้สัมพันธ์กับความระเหย (Volatility) ของน้ำมัน คือน้ำมันที่มีค่าจุดวาบไฟต่ำกว่าก็จะมีการระเหยมากกว่า การสูญเสียความหนืดความใสจากไฟลุกวาบ (กินน้ำมันเครื่องมากกว่า) การวัดจุดวาบไฟสำหรับน้ำมันหล่อลื่น ใช้วิธี ASTM D 92 ด้วยเครื่องมือ CLEVELAND OPEN CUP (COC)

จุดไหลเท (Pour Point)

คือ อุณหภูมิต่ำที่สุดที่น้ำมันหยุดไหล จะบอกถึงความสามารถในการใช้งานอุณหภูมิต่ำมาก

บทความอื่นๆ

น้ำมันถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer Oil) เรื่องสำคัญที่คนทำงานอุตสาหกรรมต้องรู้

น้ำมันถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer Oil) เรื่องสำคัญที่คนทำงานอุตสาหกรรมต้องรู้

ในหลายอุตสาหกรรม “ความร้อน” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการให้ความร้อน การรักษาอุณหภูมิ หรือการควบคุมความร้อนให้นิ่งและสม่ำเสมอ เครื่องจักรที่ทำงานเกี่ยวกับกระบวนการเหล่านี้มักจะใช้น้ำมันถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer Oil) เป็นตัวกลาง เพราะสามารถรับ-ส่ง และกระจายความร้อนได้ดีกว่าวิธีอื่น เช่น ไอน้ำ หรือไฟฟ้า

21 ต.ค. 2568 อ่านต่อ
ตารางเปรียบเทียบ การวัดค่าความหนืดของน้ำมันหล่อลื่น ในแต่ละมาตราฐาน

ตารางเปรียบเทียบ การวัดค่าความหนืดของน้ำมันหล่อลื่น ในแต่ละมาตราฐาน

การวัดค่าความหนืดของน้ำมันหล่อลื่นมีหลายมาตรฐาน เช่น ISO, SAE Gear Viscosity Grade และ SAE Viscosity Grade แต่ละประเภทอาจมีค่าความหนืดแตกต่างกัน แม้ตัวเลขใกล้เคียงกันก็ตาม

23 ส.ค. 2568 อ่านต่อ
การจัดเก็บและอายุการเก็บรักษาน้ำมันหล่อลื่น

การจัดเก็บและอายุการเก็บรักษาน้ำมันหล่อลื่น

สารหล่อลื่นส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะเสื่อมสภาพลงไปตามระยะเวลา การจัดเก็บสารหล่อลื่นด้วยวิธีถูกต้องและเหมาะสมสามารถช่วยรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพคงเดิมได้มากที่สุด การป้องกันน้ำมันหล่อลื่นไม่ให้เกิดการปนเปื้อน รวมถึงการบริหารการหมุนเวียนของสินค้าคลัง เพื่อให้น้ำมันหล่อลื่นถูกนำไปใช้งานก่อนที่ประสิทธิภาพจะสูญเสียไป นับเป็นก้าวแรกของการบำรุงรักษาเชิงรุก ซึ่งมีอิทธิพลต่อคุณภาพและการเสื่อมสภาพของน้ำมันหล่อลื่นขณะจัดเก็บ

23 ส.ค. 2568 อ่านต่อ
ข้อมูลการใช้น้ำมันของรถ BACK-HOE KOMATSU

ข้อมูลการใช้น้ำมันของรถ BACK-HOE KOMATSU

ข้อมูลการใช้น้ำมันของรถ BACK-HOE KOMATSU

23 ส.ค. 2568 อ่านต่อ